ลูกชายวัย 42 กลับบ้านกินข้าวฟรีทุกวัน คิดว่าแม่มีเงินเก็บ โดนพูดประโยคเดียวถึงกับจุก

ลูกชายวัย 42 กลับบ้านกินข้าวแทบทุกวัน คิดว่าแม่วัยเกษียณมีเงินเก็บ เจอพูดประโยคเดียวสำนึกผิดแทบไม่ทัน
เรื่องราวอุทาหรณ์เตือนใจจากประเทศญี่ปุ่น เมื่อชายวัย 42 ปี รายหนึ่ง ที่ยังคงมีพฤติกรรม กลับบ้านไปกินข้าวฟรี ที่บ้านแม่เป็นประจำทุกวันหยุดและหลังเลิกงาน โดยไม่เคยช่วยจ่ายค่าอาหารหรือค่าน้ำค่าไฟ เพราะคิดว่าแม่มีเงินเก็บก้อนใหญ่และได้รับเงินบำนาญอยู่แล้ว กระทั่งถูกแม่เอ่ยปากขอค่าใช้จ่ายจนทำให้เขาต้องกลับมาทบทวนพฤติกรรมตนเองใหม่
ชายคนดังกล่าวทำงานเป็นพนักงานบริษัท และอาศัยอยู่ห่างจากบ้านเกิดของแม่วัย 66 ปี เพียงขับรถประมาณ 30 นาที เขามักจะกลับไปรับประทานอาหารเย็น ใช้น้ำ ใช้ไฟ รวมถึงซักเสื้อผ้าและยืมรถของแม่เป็นประจำ โดยเข้าใจว่าแม่ไม่มีปัญหาเรื่องเงินเพราะมีเงินฝากในธนาคารกว่า 22 ล้านเยน (ประมาณ 4.6 ล้านบาท) และมีเงินบำนาญรายเดือน 170,000 เยน (ประมาณ 36,000 บาท)
แม่เปิดใจเหตุผลที่ต้องขอให้ช่วยค่าอาหารและค่าน้ำค่าไฟ
หลังจากเวลาผ่านไป 1 ปี ผู้เป็นแม่เริ่มสังเกตเห็นค่าใช้จ่ายในบ้านที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งค่าวัตถุดิบอาหาร ค่าน้ำ และค่าไฟฟ้า เธอจึงตัดสินใจเอ่ยปากกับลูกชายว่า เขาจะกลับมากินข้าวทุกวันก็ได้ แต่ควรช่วยออกเงินหรือซื้อวัตถุดิบเข้าบ้านบ้าง
ทำให้ลูกชายกลับถามด้วยความแปลกใจว่า "แม่ก็มีเงินเก็บไม่ใช่เหรอ?" ซึ่งแม่ตอบกลับสั้น ๆ ว่า "เงินนั้นไม่ได้เก็บไว้เพื่อเธอ" ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก
ผู้เป็นแม่จึงอธิบายอย่างตรงไปตรงมาว่า เงินเก็บก้อนดังกล่าวเป็นเงินที่สำรองไว้สำหรับใช้ชีวิตในวัยเกษียณ ทั้งการซ่อมแซมบ้าน การเดินทางท่องเที่ยว ตลอดจนค่ารักษาพยาบาลและการดูแลตนเองยามเจ็บป่วยในอนาคต
iStockphoto
ข้อเท็จจริงเรื่องภาระค่าใช้จ่ายของผู้สูงอายุวัยเกษียณ
ข้อมูลจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของญี่ปุ่นระบุว่า ครอบครัวผู้สูงอายุที่อยู่ตัวคนเดียว มักมีรายจ่ายเฉลี่ยต่อเดือนสูงกว่ารายได้จากเงินบำนาญ ส่งผลให้ต้องนำเงินออมออกมาใช้จุนเจือชีวิตประจำวันอยู่แล้ว การที่ลูกหลานกลับมาใช้ชีวิตร่วมด้วยโดยไม่ช่วยแบ่งเบาภาระ จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงทางการเงินแก่ผู้สูงอายุอย่างมาก
ผู้เชี่ยวชาญด้านครอบครัวและการเงินแนะนำว่า หากลูกหลานที่โตเป็นผู้ใหญ่ยังคงอาศัยอยู่ร่วมกับพ่อแม่ หรือกลับมารับประทานอาหารและใช้บริการในบ้านเป็นประจำ ควรมีการตกลงเรื่องการแบ่งจ่ายค่าอาหารและค่าน้ำค่าไฟให้ชัดเจน เพื่อสร้างขอบเขตที่เหมาะสมและไม่เบียดเบียนเงินออมวัยเกษียณของพ่อแม่
สรุปอุทาหรณ์การกลับบ้านไปกินข้าวฟรีของลูกวัยทำงาน
เหตุการณ์การกลับบ้านไปกินข้าวฟรีของชายวัย 42 ปี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเคารพขอบเขตทางการเงินของครอบครัว แม้พ่อแม่จะมีเงินเก็บหรือเงินบำนาญ แต่เงินส่วนนั้นมีไว้เพื่อความมั่นคงในวัยเกษียณ การช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในบ้านจึงเป็นสิ่งที่ลูกหลานวัยทำงานควรให้ความสำคัญ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
